
ประวัติศาสตร์กีฬาสนุกเกอร์
ย้อนรอยจุดกำเนิดของกีฬาสนุกเกอร์ตั้งแต่ปี 1875 ในอินเดีย จนกลายเป็นกีฬาระดับโลกในปัจจุบัน
อ่านต่อ →
ย้อนรอยจุดกำเนิดของกีฬาสนุกเกอร์ตั้งแต่ปี 1875 ในอินเดีย จนกลายเป็นกีฬาระดับโลกในปัจจุบัน
อ่านต่อ →
คู่มือเลือกซื้อโต๊ะสนุกเกอร์และพูลสำหรับมือใหม่ ตั้งแต่การวัดห้องไปจนถึงงบประมาณ
อ่านต่อ →
เทคนิคดูแลผ้าเบสให้เรียบและใช้งานได้ยาวนาน จากช่างมืออาชีพของ JST Snooker
อ่านต่อ →
ท่ายืน การจับไม้ การเล็ง และการวางแผนช็อต พื้นฐานที่ผู้เล่นทุกคนควรรู้
อ่านต่อ →
เปรียบเทียบโต๊ะพูลและโต๊ะสนุกเกอร์ ควรเลือกแบบไหนให้เหมาะกับคุณ
อ่านต่อ →
ไอเดียการออกแบบห้องเล่นสนุกเกอร์ในบ้าน ตั้งแต่พื้นที่ ไฟ และเฟอร์นิเจอร์
อ่านต่อ →กีฬาสนุกเกอร์ถือกำเนิดขึ้นในปี ค.ศ. 1875 โดยพันเอกเนวิลล์ แชมเบอร์เลนแห่งกองทัพอังกฤษ ในเมืองจาบัลปูร์ ประเทศอินเดีย เกมนี้ถูกดัดแปลงจากบิลเลียดโดยเพิ่มลูกสีต่างๆ เข้าไป จากนั้นได้กลับสู่อังกฤษและได้รับความนิยมอย่างรวดเร็ว ทัวร์นาเมนต์ชิงแชมป์โลกครั้งแรกจัดขึ้นในปี 1927 โดย Joe Davis ครองแชมป์ต่อเนื่อง 15 ปี ปัจจุบันสนุกเกอร์กลายเป็นกีฬาที่มีการถ่ายทอดสดไปทั่วโลก และมีนักกีฬาชั้นนำมากมาย เช่น Ronnie O’Sullivan และ Mark Selby
ผ้าเบสเป็นชิ้นส่วนที่สึกหรอได้ง่ายที่สุดในโต๊ะสนุกเกอร์ วิธีดูแลที่ถูกต้อง ได้แก่ ใช้แปรงผ้าเบสโดยเฉพาะแปรงในทิศทางเดียวหลังการเล่น หลีกเลี่ยงการวางของบนโต๊ะ ควบคุมอุณหภูมิและความชื้นในห้อง ใช้ผ้าคลุมเมื่อไม่ใช้งาน และเปลี่ยนผ้าใหม่ทุก 3-5 ปีสำหรับบ้าน หรือ 1-2 ปีสำหรับร้านสนุกเกอร์
สิ่งแรกที่ต้องฝึกคือท่ายืนที่มั่นคง เท้าซ้ายชี้ตรงไปที่เป้าหมาย เท้าขวาเปิดออกประมาณ 45 องศา ลำตัวเอียงลงมาให้คางเกือบสัมผัสไม้คิว การจับไม้ควรกำเบาๆ เหมือนจับปากกา ใช้แค่นิ้วโป้งกับนิ้วชี้เป็นหลัก ปล่อยให้แขนแกว่งเป็นเพนดูลัมอย่างเป็นธรรมชาติ การเล็งต้องมองผ่านลูกคิวไปยังจุดสัมผัส ไม่ใช่มองที่ปลายไม้ และควรมีการ “pause” หนึ่งจังหวะที่จุดสูงสุดของการแบ็คสวิงก่อนตี
ความแตกต่างหลักคือขนาด (12 ฟุตเทียบกับ 7-9 ฟุต) ลูก (52.5 มม. เทียบกับ 57.2 มม.) และรูปแบบการเล่น สนุกเกอร์เน้นความแม่นยำและการวางแผน พูลเน้นความรวดเร็ว ถ้าพื้นที่จำกัดหรืออยากเล่นสังสรรค์ พูลจะเหมาะกว่า ถ้ามีพื้นที่และต้องการฝึกซ้อมอย่างจริงจัง สนุกเกอร์ 12 ฟุตคือคำตอบ
ห้องเล่นสนุกเกอร์ที่ดีเริ่มจากพื้นที่และไฟ ควรมีพื้นที่รอบโต๊ะอย่างน้อย 1.5 เมตร ไฟส่องโต๊ะควรอยู่สูงจากพื้นโต๊ะประมาณ 85-90 ซม. ให้แสงกระจายทั่วโต๊ะโดยไม่ทิ้งเงา ห้องควรมีสีเข้มเพื่อลดการสะท้อนของแสง เพิ่มเก้าอี้หนังหรือโซฟาสำหรับผู้ชม และที่แขวนไม้คิวติดผนังเพื่อความสวยงามและใช้งานสะดวก